การพัฒนาและความสำคัญของเทคโนโลยีทางการสื่อสารในยุคปัจจุบัน

2

ทุกวันนี้โลกไร้พรมแดนไม่ใช่เรื่องในจินตนาการอีกต่อไป เทคโนโลยีทางการสื่อสารไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์  โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ มือถือ แท๊ปเล็ต ต่างก็เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตมนุษย์ในปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตได้ก้าวรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว จากเมื่อก่อนจะใช้ได้เฉพาะภายในสำนัก และองค์กรของรัฐเท่านั้น แต่ขณะนี้ อินเตอร์เน็ตหาได้ทั่ว ๆ ไป เพียงแค่มี เครื่องคอมพิวเตอร์ พีซี โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ มือถือ แท๊ปเล็ต  ที่พอจะมีประสิทธิ์ภาพในการรองรับการเชื่อมต่อ ก็สามารถเข้าสู่โลก ไซเบอร์ได้อย่างง่ายดาย ชีวิตในโลกไซเบอร์ ทุกคนล้วนมีสถานะอิสระ ได้เป็นเท่าที่ตัวเองต้องการ และอยู่บนพื้นฐานที่มีทั้งความเป็นจริง และ ความหลอกลวงปะปนอยู่ในนั้น และ ณ เวลานี้ เหมือนชีวิตประจำวันได้เชื่อมโยงกับไซเบอร์จนแทบจะแยกกันไม่ออก เว็บบล็อกก้าวเข้ามาสู่ชีวิต เปรียบเสมือนเส้นสายใยระหว่างผู้คน เพื่อนสนิท และเพื่อนร่วมโลก เพียงแค่สร้างบล็อกก็เท่ากับได้เข้าไปยังโลกของผู้คนนับล้าน ๆ อย่างรวดเร็ว

ในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือเอง ก็สามารถ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวก และ ง่ายดาย โดยผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่าง 3G หรือ Wi-Fi (ซึ่งในบางพื้นที่ในประเทศไทยตอนนี้มีเปิดให้ใช้สัญญาณ 3.5 G และ 4G แล้ว) และถึงแม้ว่าจะมีค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็หาใช่เรื่องที่ต้องให้คิดหนัก เพราะการจ่ายเงินเพื่อตอบสนองความต้องการของชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป โดยเฉพาะวัยรุ่น ถึงแม้วัยรุ่นจะไม่สามารถหารายได้ด้วยตัวเอง หากมีผู้ปกครองสนับสนุนและพร้อมที่จะจ่ายให้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่อาจจะเพราะวิถีชีวิตในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปการทำมาหากินรีบเร่ง และไม่มีเวลาจะดูแล ครอบครัวด้วยตัวเองจึงทำให้ต้องพึ่งพาอุปกรณ์สื่อสารและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเพื่อนทดแทน

นอกจาก การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ที่เป็นที่นิยมใช้แล้ว ยังมีการใช้ระบบบริการการสื่อสารทางเทคโนโลยีทางอื่นอีก อาทิ การส่งข้อความที่เรียกว่า Short Message Service (SMS) เป็นการส่งข้อความตามระบบเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้ สะดวก รวดเร็ว แต่สามารถส่งได้เฉพาะข้อความเท่านั้น หากต้องการส่งข้อความพร้อมกับรูปภาพ หรือ ภาพเคลื่อนไหว ต้องส่งผ่านระบบการส่งข้อความมัลติมีเดีย หรือ Multimedia Messaging Service (MMS) การส่งแบบนี้สามารถให้ความชัดเจนเพราะมีพร้อมทั้งข้อความและภาพประกอบ ปัจจุบันเป็นที่นิยม ค่าใช้จ่ายในการส่งก็มีการปรับลด พร้อมทั้งมีโปรโมชั่นให้เลือกใช้มากมาย เป็นการกระตุ้นการใช้งานของกลุ่มผู้บริโภคได้ดีทีเดียว

อย่าให้มือถือกลายบเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิต

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอย่างทุกวันนี้ ถ้าจะเรียกว่าโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน กลายเป็นปัจจัยที่ 5 หรือปัจจัยที่ 6 ของชีวิตก็คงจะไม่ผิดจากความจริงไปสักเท่าไหร่แล้วนะ ชีวิตของเราอยู่กับมันเกือบจะตลอดเวลา และยิ่งมันฉลาดมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งพึ่งพามันมากขึ้นเท่านั้น

ในโลกที่การสื่อสารไร้พรมแดนแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โทรศัพท์มือถือ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย (หรือคนอื่นๆทั่วโลก) กันไปแล้ว เพราะนับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาจากเสียงนาฬิกาปลุก (จากโทรศัพท์มือถือ) เราก็เริ่มต้นชีวิตตลอดทั้งวัน ไปพร้อมๆ กับมัน ไม่ว่าจะติดต่อสื่อสาร ส่งข้อความ ฟังเพลง อ่านข่าว เช็คอีเมล์ อ่านหนังสือ เปิดดูรายการบันทึก หรือแม้กระทั่งใช้เพื่อการหาคู่ครองของชีวิต

ท่ามกลางการใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวก จนกลายเป็นความเคยชิน และเสพติดมันไปในที่สุด โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันจึงมีความสำคัญ จนขนาดที่หลายๆ คนขนานนามให้มันว่าเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิตกันเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่นั้นเจ้าสิ่งนี้ ยังกลายเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะทางสังคม เป็นค่านิยมในเทคโนโลยีที่ตอบสนองเพียงเพื่อความสนุกสนาน และการสร้างสังคมออนไลน์ โลกในอุดมคติที่หลายๆ คน ติดงอมแงม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นวัฒนธรรมอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเยาวชนไทย ให้ยึดติดอยู่ในวัตถุ และความฟุ้งเฟ้อ ซึ่งมีผลสำรวจจากศูนย์การวิจัยและคิดค้นนวัตกรรมของเทเลนอร์แห่งเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า วัยรุ่นไทยอายุระหว่าง 15-29 ปี นิยมบริโภคเทคโนโลยีมือถือเร็วสุดในภูมิภาคเอเชียที่สำคัญเกือบ 50% นิยมเปลี่ยนมือถือใหม่

ซึ่งในความเป็นจริง หากจะยกให้มือถือเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิต เห็นทีจะไม่ถูกนัก เพราะแม้ไม่มีอุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้ เราก็สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ หากแต่ความสะดวกสบายที่เคยชินอาจหายไปพร้อมๆกับโลกสังคมออนไลน์ที่จะติดงอมแงม ดังนั้นการเอนเอียงไปยังด้านใดด้านหนึ่งอย่างสุดโต่งเห็นทีว่าจะไม่ดีแน่ ลองลดเวลาที่อยู่กับโทรศัพท์มาสัมผัสกับมิตรภาพรอบๆ ข้างดู อาจจะพบว่าปัจจัยที่ห้าของชีวิตที่ขาดไม่ได้ก็คือความรักจากคนที่อยู่รอบๆ ตัวเรานี่เอง

 

ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับแบรนด์ของโทรศัพท์มือถือมาก

3

เมื่อสมาร์ทโฟนกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในชีวิตประจำวันของคนไทย และก็มีหลายราคาที่ทำให้สามารถจับจองได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันมีอัตราการใช้สมาร์ทโฟนในอยู่ที่ 36% และยังคงโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสที่ 3 ปี 2556 มีการสร้างสถิติใหม่ โดยเพิ่มขึ้นถึง 29.1% โตจาก 7.1 ล้านเครื่อง เป็น 8 ล้านเครื่อง เทเลนอร์ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ข้อมูลและสื่อระดับโลก ได้เผยผลสำรวจ Mobile Life 2013 โดย TNS เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ โดยมีผู้ร่วมตอบแบบสำรวจ 38,000 คน จาก 43 ประเทศ และทำการสำรวจในช่วงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 พบว่าอุปกรณ์ที่คนไทยต้องการเป็นเจ้าของมากที่สุดคือสมาร์ทโฟน แม้ว่าโทรศัพท์มือถือจะเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเข้าถึงโลกดิจิตอลได้ง่ายดายมากขึ้น แต่การเชื่อมต่อส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการให้บริการอินเตอร์เน็ตของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ มีเพียง 39% เท่านั้น ที่ใช้งานดังกล่าว ส่วนที่เหลือนั้นเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านระบบ Wifi และที่น่าสนใจคือเนื่องจากสมาร์ทโฟนเริ่มมีราคาถูกลงในปัจจุบันพบว่า 56% ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต อาจจะใช้ที่ฟังก์ชั่นอื่นๆ เช่น กล้องถ่ายรูป ฟังเพลง เป็นต้น “TNS จัดทำการสำรวจ Mobile Life ประจำปีขึ้นเพื่อที่จะได้เข้าใจถึงการใช้งานโทรศัพท์มือถือของผู้คนทั่วโลก และเพื่อที่จะได้รู้ว่าแพลทฟอร์มและบริการใด ที่น่าจะมีการเติบโตในอนาคต สำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายระดับโลกอย่างเทเลนอร์แล้ว พฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์มือถือของผู้บริโภค รวมถึงผลกระทบที่เกิดจากการใช้งานธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้บริษัทได้เข้าใจถึงโอกาสและเทรนด์ใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต” นายโจ เวบบ์ หัวหน้าผ่ายดิจิตอล TNS ประเทศจีนกล่าว

คนไทยติดแบรนด์ ขอพรีเมียมไว้ก่อน ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับแบรนด์ของโทรศัพท์มือถือมาก เมื่อเทียบกับผู้บริโภคจากประเทศอื่นๆ โดยการสำรวจดังกล่าวมีการระบุ 18 ปัจจัยที่ผู้บริโภคทั่วโลกคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ ราคา อายุของแบตเตอร์รี่ แบรนด์ ขนาดและคุณภาพหน้าจอ รุ่น กล้อง คุณภาพเสียง ดีไซน์ หน่วยความจำ ความง่ายในการใช้งาน ระบบปฏิบัติการ เครือข่ายผู้ให้บริการ ช่องเชื่อมต่อต่างๆ การเรียกใช้อินเตอร์เน็ต การปรับแต่งรูปแบบการใช้งาน ความหลากหลายของแอพพลิเคชั่น ความสามารถในการเชื่อมต่อกับพีซี และความสามารถในการซิงค์ผ่านคลาวด์เซอร์วิส โดยผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับแบรนด์ในการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ 30 จุด ส่วนเรื่องของราคาเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคนไทยให้ความสนใจรองลงมาเล็กน้อย เป็นการส่งสัญญาณไปถึงแบรนด์ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและผู้ให้บริการเครือข่ายว่า “ตลาดประเทศไทยมีความต้องการแบรนด์พรีเมี่ยม”

คำแนะนำเบื้องต้นในการเลือกซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

ในสังคมยุคนี้มีโทรศัพท์มือถือหลากหลายยี่ห้อในท้องตลาด หลากหลายดีไซน์ หลากหลายราคาให้ผู้บริโภคได้เลือกตามความเหมาะสม ทำให้ผู้บริโภครายใหม่ๆเกิดความสับสนว่าจะเลือกซื้อโทรศัพท์มือถืออย่างไรให้ตอบสนองความต้องการของตน เพราะแต่ละแบรนด์ต่างโฆษณาจุดเด่นมากมาย เช่น ซีพียู จอภาพ แรม ดังนั้นเราจึงควรเลือกที่ตรงกับการใช้งานของเรามากที่สุด

จอภาพนั้นเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆสำหรับผู้บริโภค โดยขนาดของหน้าจอจะมีความแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 2 นิ้ว ไปจนถึง 10 นิ้วเลยทีเดียว นอกจากนี้เราต้องดูด้วยว่า จอขนาดที่เราต้องการนั้นเน้นกว้างหรือเน้นยาว ด้วยการดูอัตราส่วน ถ้าชอบแบบกว้างก็จะเป็นข้อดีในการพิมพ์และเหมาะกับคนนิ้วใหญ่ แต่ถ้าเน้นจอยาวก็ได้เน้นด้านมัลติมีเดียและการเล่นเกมที่สะดวก

โทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีราคาสูงและมีความบางและดีไซน์ที่สวยงาม เราจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ แต่บางครั้งไม่ได้ระมัดระวังเท่าที่ควรทำให้หน้าจอมีรอยขีดข่วนได้ ทำให้โทรศัพท์มือถือผลิตหน้าจอที่ป้องกันรอยขีดข่วน ทนทานต่อรอยทุกชนิด และผู้บริโภคยังสามารถไปติดฟิล์มกันรอยเพิ่มได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับการใช้งาน

ในปัจจุบันมีค่ายที่ผลิตสมาร์ทโฟนอยู่มากมาย เช่น  ASUS Acer HTC Samsung LG Sony Motorola OPPO Huawei ซึ่งแต่ละค่ายจะมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป ด้วยการคิดค้นระบบ UI ที่หลากหลายทำให้ตัวเครื่องใช้งานง่าย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เครื่องมากขึ้น และมีลูกเล่นที่แตกต่างจากค่ายอื่นๆ

ระบบปฏิบัติการเป็นหัวใจหลักในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน เราต้องเลือกก่อนว่าระบบแบบไหนตอบสนองความต้องการของเรามากที่สุด อาจจะศึกษาจากการดูรีวิวของผู้ใช้รายอื่นๆ หรือไปลองเล่นที่ร้านแล้วให้พนักงานแนะนำก็ได้ คนแต่ละคนไม่เหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะชอบอะไรที่แตกต่างกัน และการตอบโจทย์ของระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน หากชอบแบบไหนก็ควรศึกษาให้ดีก่อนการตัดสินใจซื้อ

ก่อนการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนควรพิจารณาถึงความคุ้มค่า ว่าเหมาะสมกับสเปกหรือไม่ หรือมีรุ่นอื่นที่สเปกเหมือนกันแต่ราคาถูกกว่าก็ได้ อย่างไรก็ตามหลักการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่ยกตัวอย่างมาเป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ยังมีวิธีเลือกอีกหลากหลายวิธีเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด

ความสามารถของเทคโนโลยี 4G ที่จะทำให้คนทั่วโลกใกล้ชิดกันมากขึ้น

เทคโนโลยี 4G เป็นเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงชนิดพิเศษ หรือเป็นเส้นทางด่วนสำหรับข้อมูลที่ไม่ต้องอาศัยการลากสายเคเบิล โดยระบบเครือข่ายใหม่นี้จะสามารถใช้งานได้แบบไร้สาย รวมถึงคุณสมบัติการเชื่อมต่อเสมือนจริงในรูปแบบสามมิติระหว่างผู้ใช้โทรศัพท์ด้วยกันเอง นอกจากนั้นสถานีฐานซึ่งทำหน้าที่ในการส่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่จากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง และมีต้นทุนการติดตั้งที่แพงลิ่วในขณะนี้จะมีให้เห็นกันอย่างแพร่หลายเช่นเดียวกับหลอดไฟฟ้าตามบ้านเลยทีเดียว สำหรับ 4G จะสามารถส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สายด้วยระดับความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้นถึง 100 เมกะไบต์ต่อวินาที

ระบบเครือข่าย 3G และ 4G มีพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกัน

ต่างกันตรงที่ความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายและความสามารถครอบครุมพื้นที่การให้บริการที่ระบบเทคโนโลยี 4G สามารถพัฒนาความเร็วในการส่งข้อมูลได้มากกว่าและกว้างขวางกว่าระบบ 3G มากซึ่งในอนาคตอันใกล้ระบบเครือข่าย 4G จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการติดต่อสื่อสารของโลกทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและสังคม ที่เทคโนโลยี 4G จะเข้ามาทำให้คนทั่วโลกใกล้ชิดกันมากขึ้น สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ในทุกที่ทุกเวลาที่ระบบ 4G เข้าถึง

เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีสื่อสารในยุค 4G

เรื่องความเร็วนั้นเหนือกว่า 3G มาก คือทำความเร็วในการสื่อสารได้ถึงระดับ 20-40 Mbps เมื่อเทียบกับความเร็วที่ได้จาก 3G นั้นคนละเรื่องกันเลย ซึ่งที่ญี่ปุ่นนั้นเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้เทคโนโลยี 4G สามารถให้บริการรับชมรายการโทรทัศน์ผ่านมือถือได้แล้ว หรือจะโหลดตัวอย่างภาพยนตร์มาชมบนโทรศัพท์มือถือก็มีให้เห็นเช่นกัน ทำไมญี่ปุ่นถึงรีบกระโดดไปสู่ยุค 4G กันเร็วเหลือเกิน คำตอบง่ายๆก็คือดิจิตอลคอนเทนต์เป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นนั่นเอง เมื่อผู้ให้บริการหลายหลายรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายที่มีความเร็วสูง สามารถรับส่งข้อมูลได้ในปริมาณมากๆ ดังนั้นการผลักดันตัวเองให้เข้าสู่ยุค 4G ที่ใช้เทคโนโลยีที่เหนือกว่า 3G ก่อนคู่แข่งน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด

ความโดดเด่นของ 4G ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนเครือข่ายที่กินพื้นที่กว้างก็ได้หรือจะทำเป็นเครือข่ายขนาดย่อมๆแบบ WLAN ได้อีกด้วย จึงทำให้หลายคนมองว่า 4G จะมาเบียดเทคโนโลยีของ Wi-Fi หรือไม่ เพราะสามารถใช้งานได้ทั้งสองแบบ และอย่างไรก็ตามในประเทศไทยยังคงอิงกับมาตรฐานของ 3G อยู่ ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับขยายไปสู่ยุค 4G เลย เพราะว่า Wimax กำลังเข้ามานั่นเอง ระบบสื่อสารแห่งอนาคตที่ให้ความยืดหยุ่นสูง สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างไกล ความเร็วในการสื่อสารสูงสุดในขณะนี้