โทรศัพท์มือถือธุรกิจเชิงขายตรงรูปแบบใหม่ผุดสุดยอดเทคโนโลยี

ในการดำเนินธุรกิจไม่มีคำว่าเส้นชัย ความสำเร็จคือชัยชนะจากความอดทน และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่ช่วยส่งเสริม การทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ ธุรกิจเชิงขายตรงรูปแบบใหม่ผุดสุดยอดเทคโนโลยี อันทันสมัยที่จะทำให้คุณมีรายได้จากรายจ่าย โดยใช้โทรศัพท์เครื่องเดิมของคุณ เติมเงินได้ทันที เป็นเค้าเตอร์เซอวิสเคลื่อนที่ ขยายเครือข่ายด้วยการบอกต่อ น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับตลาดด้วยการนำ เทคโนโลยี สมัยใหม่บวกกับแผนการตลาด ที่ลงตัว ออกมาเขย่าวงการธุรกิจเครือข่าย

ปัจจุบันโทรศัพท์เป็นปัจจัยที่ 5 ของผู้คนในสังคม ดังนั้นได้นำเอามือถือมาต่อยอดกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ มาทำการตลาดในรูปแบบเครือข่าย โดยบริการนั้น ก็คือการเติมเงินมือถือ ที่ทุกคนสามารถทำรายได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ โดยการโหลดแอพพิเคชั่น มาลงในโทรศัพท์ที่ท่านใช้อยู่ ท่านก็จะสามารถทำการเติมเงินโทรศัพท์ ผ่านทางมือถือของท่านได้ทันทีสามารถใช้ได้กับระบบเครือข่ายมือถือได้เกือบทุกเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น AIS,DTAC,TRUE ยกเว้น TOT เพียงโอนเงินจากบัญชีเข้าไปในกระเป๋า e-wallet แล้วก็เริ่มทำรายการ ซึ่งระบบถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ดังนั้น ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีก็สามารถทำธุรกรรมผ่านทางมือถือได้อย่างไม่ยากเย็น  ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแทนการชำระผ่านช่องทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส

สำหรับผลตอบแทน ที่ผู้ทำธุรกิจ จะได้รับนั้น รายได้จะเกิดจากการเติมเงินโทรศัพท์ผ่านระบบ และ การแนะนำบอกต่อกันไป โดยเริ่มต้นจากการสมัครสมาชิก ก็คือการสั่งซื้อแฟรนไชน์ เพื่อนำเบอร์โทรศัพท์ของเรา ไปเชื่อมต่อกับระบบของบริษัท ซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดไป หากมีการแนะนำหรือการบอกต่อเกิดขึ้น

ด้านความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจนั้น เห็นว่าลักษณะการทำธุรกิจและการจ่ายผลตอบแทนน่าจะเข้าคุณสมบัติของการดำเนินธุรกิจ ขายตรง แต่เมื่อยื่นเรื่องไปกลับปรากฏว่าทาง สคบ. บอกว่าสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องจดทะเบียน เป็นบริษัทขายตรงแต่ประการใด เนื่องจากเป็นสินค้าประเภทบริการที่แตกต่าง ไปจากธุรกิจขายตรงอื่นๆ

 

ความต้องการเป็นเจ้าของมือถือสมาร์ทโฟนเพิ่มมากขึ้น

ในปัจจุบันการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเน็ต ใช้งานกล้องถ่ายรูปเพื่อแชร์รูแภาพผ่านเฟสบุ๊ค พิมพ์งานเอกสารออนไลน์ ติดต่อสื่อสารออนไลน์ผ่านเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คฯ ล้วนแล้วยิ่งนับวันความสำคัญในการที่จะใช้เป็นโทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกันอย่างในอดีตจะหมดความสำคัญลงไป แต่ก็มีไม่น้อยที่บางท่านต้องลงทุนซื้อมือถือสองเครื่อง เครื่องหนึ่งเป็นรุ่นธรรมดาเอาไว้โทรอย่างเดียว อีกเครื่องเป็นสมาร์ทโฟนเอาไว้ใช้ถ่ายรูป แชท เล่นเฟสบุ๊ค ไลน์ เล่นเกมส์ โหลดแอฟ ฯลฯ

การเปลี่ยนแปลงของโทรศัพท์มือถือจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ที่ทำให้ค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่หลายค่ายต้องวางแผนการพัฒนารูปแบบและการใช้งาน ที่ตอบสนองความต้องการผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด และเป็นตัวเลือกที่โดนใจที่สุด ซึ่งก็คงเป็นไปได้ยากเพราะมือถือแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น ก็มีความสามารถที่โดนเด่นแตกต่างกันไป และที่สำคัญขึ้นอยู่กับค่านิยมของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม จนต้องมีการจัดอันดับความนิยมของผู้ใช้มือถือสมาร์ทโฟนทั่วโลก ว่ายี่ห้อไหน ที่คนที่นิยมใช้กันมากที่สุด

สมาร์ทโฟน กลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่นอกเหนือจากใช้โทรออก-รับสายแล้วยังมีแอพพลิเคชั่นให้ใช้งานมากมาย สามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน 3G, Wi-Fi และสามารถใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คและแอพพลิเคชั่นสนทนาชั้นนำ เช่น LINE, Youtube, Facebook, Twitter ฯลฯ โดยที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งลูกเล่นการใช้งานสมาร์ทโฟนให้ตรงกับความต้องการได้มากกว่ามือถือธรรมดา ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆนิยมผลิตสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอระบบสัมผัส, ใส่กล้องถ่ายรูปที่มีความละเอียดสูง, ออกแบบดีไซน์ให้สวยงามทันสมัย, มีแอพพลิเคชั่นและลูกเล่นที่น่าสนใจ

ปัจจุบันมีคนไทยเพียง 36% เท่านั้นที่เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน

แต่ความต้องการเป็นเจ้าของนั้นสูงเทียบเท่ากับตลาดอื่นๆทั่วโลก โดยเมื่อปีที่แล้วราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนได้ลดลงมาต่ำกว่าราคาที่สูงสุดที่ผู้บริโภคชาวไทยยินดีที่จะจ่าย ไทยถือว่าเป็นตลาดที่มีความหลากหลายและเติบโตเร็วที่สุดในทวีปเอเชีย แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ห่างไกลที่มีอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตยังน้อย ถือว่ายังด้อยกว่าประเทศอื่นๆในเอเชียอยู่ แต่ขณะเดียวกันผู้ใช้งานในเมือง และกลุ่มคนรุ่นใหม่นั้นมีความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีอัตราการเชื่อมต่อที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะมีได้ในประเทศและทวีปเอเชียแล้ว

เลือกการทำธุรกิจในรูปแบบออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตเป็นตัวช่วย

อีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยทำให้การทำธุรกิจของเรานั้นประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น กับการเลือกที่จะทำธุรกิจออนไลน์ผานทางอินเตอร์เน็ตที่กำลังเป็นที่นิยมกันอยู่ในเวลานี้ เนื่องจากผุ้ใช้งานสามารถที่จะทืการโปรโมทเว็บไซต์ของเราให้เป็นที่รู้จักได้ง่ายๆ รวมถึงยังมีต้นทุนในการลงทุนที่ต่ำกว่าการทำธุรกิจในรูปแบบอื่นๆเป็นอย่างมาก เพราะไม่จำเป็นต้องไปเช่าพื้นที่หน้าร้านก็สามารถที่จะจำหน่ายสินค้าและบรกิารต่างๆได้นั่นเอง เพราะในปัจจับนี้นั้นการขายของออนไลน์นั้นสามารถที่จะอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ซื้อได้เป็นอย่างมาก จึงทำให้ในเวลานี้นั้นการขายของออนไลน์นั้นเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการทำธุรกิจที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของผู้ที่ต้องการเริม่ตนธ รกิจในเวลานี้กันเลยทีเดียว หรือจะขยับขยายในการทำธทุรกิจของเรามาบนโลกออนไลน์ก็สามารถที่จะช่วยเพิ่มช่องทางในการเลือกซื้อสินค้าและบริการของผู้ซื้อได้อีกทางหนึ่ง

การทำธุรกิจออนไลน์นั้นเราควรที่จะเริ่มต้นวางแผนอย่างไร

สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์นัน้นผู้ที่ต้องการเริ่มต้นนั้นควรที่จะมีการวางแผนให้ดีเสียก่อน เพราะจะสามารถช่วยทำให้ปรับหยัดทั้งเงินและเวลาในการลงทุนในรูปแบบนี้ได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยเริ่มจากการเลือกที่จะสร้างเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าและบริการขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งสามารถที่จะเลือกใช้งานได้ทั้งเว็บไซต์สำเร็จรูปหรือจะใช้งานเว็บไซต์เขียนก็ได้เช่นกัน จากนั้นทำการออกแบบโครงสร้างในส่วนต่างๆของหน้าเว็บไซต์ว่าจะต้องการใช้ระบบอะไรบ้าง และควรที่จะมีการปผรับแต่ในส่วนของการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพ เพราะสามารถทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับในผลการต้นหาผ่านทาง Search Engine ได้ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยทำให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่มากยิ่งขึ้น และยังทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นมีโอกาสที่จะขายสินค้าและบริการภายในเว้บไซต์ของเราได้กื่อนเว็บไซต์อื่นๆที่ไม่มีการปรับแต่งให้รองรับต่อการทำ SEO อีกด้วยเช่นกัน หลังจากที่มีการปรับแต่งเรียบร้อยแล้วก็ลงข้อมูลสินค้าและบริการต่างๆภายในเว็บไซต์ให้เรียบร้อย แล้วก็เริ่มต้นเปิดใช้งานเว็บไซต์ของเราได้ทันทีกับการทำธุรกิจออนไลน์ที่สามารถสร้างร้ายไดให้กับผู้ทำธุรกิจในเวลานี้ได้อีกหนึ่งช่องทางที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้เช่นกัน

ปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวการโทรศัพท์

ปัจจุบันการติดต่อสื่อสารแบบไร้สายกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีการเติบโตเรื่อยๆ มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มากกว่า 20 ล้านเลขหมาย ทั้งนี้ในช่วงแรกการดำเนินธุรกิจประเภทนี้มีผู้ให้บริการเพียงแค่สองราย คือ ทศท. และกสท. แต่เนื่องจากงบประมาณที่จำกัด และความชำนาญในการวางนโยบาย จึงทำให้รัฐต้องเปิดสัมปทานให้กับบริษัทเอกชน โดยมีบริษัทแบ่งสัดส่วนทางการตลาดแตกต่างกัน โดยรัฐให้สิทธิเอกชนในการดำเนินการ ตั้งแต่นั้น อุตสาหกรรมทางด้านโทรศัพท์มือถือจึงขยายตัวอย่างรวดเร็วจนถึงปัจจุบัน

ในอดีตมนุษย์มีวิธีการติดต่อสื่อสาร ด้วยภาษากาย การทำท่าทาง การใช้สัญลักษณ์ ภาษามือ ภาษาพูด และภาษาเขียน ภายหลังมนุษย์ได้มีการคิดค้นช่องทางการติดต่อสื่อสารแบบไร้สาย นั่นคือ โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือการติดต่อสื่อสารชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน นับว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานเลยก็ว่าได้ แต่ในปัจจุบันโทรศัพท์มือถือกับถูกแทนที่ด้วยวิวัฒนาการใหม่ที่เราเรียกว่าสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไป ซึ่งสามารถเชื่อมอินเตอร์เน็ต และติดต่อกันผ่าน Socialnetwork ที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น Facebook, Twitter, line, whatsapp, socialcamฯลฯ นอกจากการใช้งานเหล่านี้ โทรศัพท์สมาร์ทโฟนยังมีความสามารถในการใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภค จึงทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการใช้งานเพิ่มมากขึ้น จึงมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านนี้เข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น

เครือข่ายโทรศัพท์มีการพัฒนาต่อเนื่องจนถึงยุคปัจจุบัน ประเทศไทยจัดได้ว่ามีความหลากหลายทางด้านเทคโนโลยีเครือข่าย ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้บริการมากกว่าแต่ก่อน ผู้ประกอบการในประเทศไทยมีอยู่หลายราย แต่ละรายก็มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่แตกต่างกัน

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในสังคมมากขึ้น

เนื่องมากจากความสะดวกสบายในการใช้งานต่างๆ เช่น การใช้งาน Socialnetwork เกมส์ เป็นต้น และแพร่หลายในคนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา เราจึงสามารถสรุปได้ว่า ผู้ประกอบการต่างๆมีแนวทางในการพัฒนาเครือข่ายของตนในการเข้าสู่ยุคของ 3G โดยอาจมีรายละเอียดทางด้านเทคนิคที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการวางแนวทางของผู้บริหาร บริษัทผู้ให้บริการจำเป็นต้องคำนึงถึงการสร้างห่วงโซ่ในการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสม สำหรับในการเปิดให้บริการ  Mobile Internet  และการร่วมมือกันระหว่างนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเครือข่าย เพื่อสร้างความลงตัวในการประสบผลสำเร็จทางด้านธุรกิจ

ปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวการใช้โทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารเพื่อธุรกิจ

เทคโนโลยีโทรคมนาคมกับการสื่อสารมวลชนมีความสัมพันธ์กันโดยพื้นฐานและมีพัฒนาการที่ควบคู่หรือส่งเสริมกัน โทรคมนาคมมีการพัฒนาตามยุคสมัยของความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ เปรียบเสมือนช่องทางหรือเครื่องมือที่ใช้ สำหรับการติดต่อ ส่งข่าวสารข้อมูล เพื่อกระจายสู่กลุ่มคนจำนวนมาก ตามรูปแบบของการสื่อสารมวลชน ส่วนพัฒนาการ ของการสื่อสารมวลชน ขึ้นอยู่กับทั้งความก้าวหน้า ของเทคโนโลยีหรือสื่อดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย ทัศนคติของกลุ่มคน หรือวัฒนธรรม รวมทั้งข้อกำหนด หรือกฎหมายของสังคมนั้นๆ ดังนั้น ทำให้การกำหนดตัวชี้วัดของการสื่อสารมวลชนทำได้แตกต่างจากเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่อยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์เชิงระบบ ทั้งด้านพื้นฐานความถูกต้องและความชัดเจนในการวัดผลหรือประเมินผล ดังนั้นการที่จะนำทั้งสองสาขามาหลอมรวมกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ควบคู่กัน หรือเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมพัฒนาการของทั้ง“วิทยาการโทรคมนาคม” และ“กระบวนการการสื่อสารมวลชน” การพิจารณาพื้นฐานร่วมของทั้งสองสาขา จึงมีความสำคัญเช่น พื้นฐานทางเทคโนโลยีกับการสื่อสารที่ทำให้เกิดการสื่อสารเชิงบุคคลหรือมวลชน การแก้ไขความผิดพลาด หรือความถูกต้องของระบบกับการใช้งาน เป็นต้น การพัฒนาของทั้งสองด้านที่สอดคล้องกัน จะทำให้ทั้งวิทยาการโทรคมนาคม และกระบวนการทางสื่อสารมวลชนมีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้นในที่สุด

เทรนของธุรกิจแต่ละอย่างจะมีระยะเวลาของมันไม่เท่ากัน ส่วนตัวแล้วมองเห็นว่าสิ่งที่เป็นพื้นฐานของปัจจัยการบริโภคของมนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ช้าหน่อย แต่ในลักษณะที่เป็นเทคโนโลยีนั้นจะมีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วก็สามารถสร้างความธุรกิจเกิดใหม่ได้พบกับความสำเร็จที่รวดเร็ว แต่มีมันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วธุรกิจไม่สามารถปรับตัวตามได้ทัน ในฐานะนักลงทุนก็ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะเดินไปต่อในทางไหน สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงก็อาจจะเลือกธุรกิจอย่างๆ ตามปัจจัยพื้นฐานความต้องการของมนุษย์ในการลงทุน อะไรที่อยู่ในวันนี้และคิดว่าอีก 100 ปีจะไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นักในเชิงพฤติกรรมผู้บริโภค คุณก็อาจจะเห็นได้จากธุรกิจทั่วๆไปเลยเช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล โรงแรมและการท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งธุรกิจที่ได้กล่าวมานี้เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่กล่าวมานี้จะมีการเปลี่ยนแปลงในมุมของการมีอยู่ของธุรกิจที่ค่อนข้างนาน แต่ในเชิงเทรนการทำธุรกิจที่ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคอาจจะการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน