การพัฒนาระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามความต้องการของผู้ใช้บริการ

มนุษย์มีการใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆเพื่อการสื่อสารมาเป็นเวลานานนับพันปี

จะเห็นว่าในระยะแรกนั้นมนุษย์ใช้เทคโนโลยีที่ประดิษฐ์ขึ้นจากธรรมชาติ เช่น แผ่นปาปีรัส การตีกลอง การเป่าเขาสัตว์ จนกระทั่งมีการประดิษฐ์หนังสือพิมพ์ขึ้นประมาณ 59 ปีก่อนคริสตกาล การสื่อสารด้วยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีการส่งสัญญาณโทรเลขในปี ค.ศ. 1838 และการเกิดขึ้นของวิทยุกระจายเสียงใน ค.ศ. 1848 ในขณะเดียวกันนักประดิษฐ์ส่วนหนึ่งก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ขึ้นมา แต่ยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้ทั่วไป สื่อโทรทัศน์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1927 และช่วงทศวรรษที่ 1960s คอมพิวเตอร์ก็ถูกนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้น และมีการเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายในเวลาต่อมา เทคโนโลยีที่เรียกกันว่าเป็นสื่อสมัยใหม่อย่างอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1983 และกลายเป็นเทคโนโลยีที่ปฏิวัติโลกการสื่อสารเลยทีเดียว

การติดต่อสื่อสารทางไกลในสมัยโบราณระหว่างมนุษย์ด้วยกัน

จะใช้วิธีการง่ายๆ อาศัยธรรมชาติหรือเลียนแบบธรรมชาติเป็นหลัก การสื่อสารที่ใช้ชื่อดังกล่าวนั้นจะไม่ค่อยได้ผลเท่าใดนัก เนื่องจากไม่สามารถให้รายละเอียดข่าวสารได้มาก หรือแม้จะให้รายละเอียดได้มากแต่ก็ไม่ค่อยจะปลอดภัยเท่าใด เช่น นกพิราบ นำสารซึ่งให้รายละเอียดได้มาก แต่เป็นการเสี่ยง เพราะนกพิราบอาจไปไม่ถึงปลายทางได้ อย่างไรก็ตามการสื่อสารดังกล่าวนี้เป็นการสื่อสารที่ราคาถูก ความรวดเร็วก็พอใช้ได้ในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคแห่งความเจริญทางด้านเทคโนโลยี มนุษย์ได้นำเอาเทคโนโลยี ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้กับการสื่อสาร ทำให้การติดต่อสื่อสารในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงมาก ทั้งความสะดวกสบาย รวดเร็วและถูกต้อง ชัดเจน แน่นอน

การพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G

มีแนวความคิดที่แตกต่างจากการพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G ค่อนข้างมาก เนื่องจากในยุค 2G การพัฒนาเทคโนโลยีเป็นไปเพื่อให้บริการเสียงเป็นหลัก แม้จะเปลี่ยนมาสู่ดิจิตอลจากระบบอนาล็อกในยุค 1G ก็ตาม แต่การพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G มุ่งเน้นไปสู่การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อให้ตอบสนองการบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายตามความต้องการของผู้ใช้บริการที่เกิดการให้บริการในรูปแบบต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างมากมายในการอำนวยความสะดวก และบันเทิง ดังนั้นการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 3G ของประเทศไทย จึงส่งผลต่อการพัฒนาระบบโทรคมนาคมอย่างยิ่งในแง่ของการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายโดยที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโทรคมนาคมของประเทศไทยนั้น จำเป็นที่จะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้มีการขยายการให้บริการบรอดแบนด์ให้ทั่วถึงมากและเร็วที่สุด

ในแต่ละวันเด็กและเยาวชนไทยใช้เวลากับเครื่องมือสื่อสารเหล่านี้มากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งในความเป็นจริงของการเรียนรู้ เด็กและเยาวชนไทยควรจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเรียนรู้ผ่านตำรา ผ่านกระบวนการสันทนาการ หรือผ่านการได้ฝึกฝนฝีมือจากการปฎิบัติจริง รัฐควรส่งเสริมให้มีกระบวนการเรียนรู้ผ่านการพูดคุย สนทนาเห็นหน้าตาที่แท้จริง จัดให้มีพื้นที่การเรียนรู้นอกตำรา การส่งเสริมการฝึกปฏิบัติงานจริง การมีเวทีถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างกลุ่มเยาวชน ระหว่างเยาวชนและผู้ใหญ่/ผู้บริหารที่เยาวชนชื่นชมเป็นต้นแบบ ในขณะนี้ประชากรไทยทุกเพศทุกวัยไม่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของโอกาสในการรับสื่อข่าวสารผ่านโทรศัพท์มือถือและระบบอินเตอร์เน็ต เพียงแต่ผู้ที่สูงวัยอาจจะมีความชำนาญในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้ไม่ดีพอ รัฐบาลควรหาวิธีการส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้ปกครองและผู้สูงวัยได้มีความรู้และมีทักษะในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้เพื่อที่จะได้รู้ทันโลก

มือถือสมาร์ทโฟนถือเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนในยุคสมัยนี้แล้ว

ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสาร

ส่งผลให้มีผู้พัฒนาและผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่ออกมาเป็นจำนวนมาก โดยแต่ละผู้พัฒนาก็มีแนวคิดคล้ายกันคือต้องการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานมากที่สุด สังเกตได้จากสื่อโฆษณาทั่วไปที่มีการโฆษณาถึงความสามารถของโทรศัพท์มือถือในแต่ละฟังก์ชั่นการทำงาน แต่จากความสามารถและข้อดีหลายประการของโทรศัพท์มือถือก็ยังถูกเจือปนหรือแอบแฝงไปด้วยภัยอันตรายหรือภัยคุกคามหลายประการ ซึ่งผู้ใช้งานอีกจำนวนมากที่อาจจะยังไม่เคยทราบถึงภัยคุกคามจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีสามารถโจมตีหรือขโมยข้อมูลต่างๆได้โดยง่าย และจากสภาพแวดล้อมในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าโทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับองค์กรหรือบริษัทส่วนใหญ่ที่ต้องการให้พนักงานใช้ในการติดต่อสื่อสารเพื่อภารกิจขององค์กร หรือใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูล ซึ่งโทรศัพท์มือถือขนาดย่อมและมีราคาไม่สูงมากที่วางขายตามท้องตลาด

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมือถือได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยรุ่น ในสายตาของวัยรุ่นโทรศัพท์มือถือมิได้มีฐานะเป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารที่ใช้ในการสนทนาระหว่างกันและกันเท่านั้น แต่โทรศัพท์มือถือกับกลายเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นปัจจัยที่5 ในชีวิตของพวกเขาไปเรียบร้อยแล้ว มือถือยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงลักษณะของตนเองโดยผ่านการเลือกภาพพักหน้าจอที่แปลกใหม่ การใช้เสียงเรียกเข้าที่ทันสมัยและไม่ซ้ำใคร การเลือกเสียงรอสายที่ตรงกับความชอบ และการเลือกใช้กรอบมือถือที่แสดงบุคลิกและความเป็นตัวตน นอกจากนี้โทรศัพท์มือถือในสายตาวัยรุ่นยังเป็นเครื่องมือแสดงสถานะทางสังคมที่สร้างความภูมิใจและความโก้เก๋ให้แก่วัยรุ่น

ความนิยมของสมาร์ทโฟนคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าสูงขนาดไหน

ทุกคนย่อมมีมือถือสมาร์ทโฟนใช้แทบทุกครัวเรือนตั้งแต่เด็กประถมไปจนถึงในระดับของมนุษย์เงินเดือนและผู้บริหาร เรียกได้ว่าเข้าถึงชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้อย่างแนบเนียนจนกลายสามารถสร้างนิสัยต่างๆได้อย่างมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องปกติที่ทุกอย่างจะเปรียบเสมือนกับดาบสองคมที่ด้านหนึ่งย่อมต้องมีประโยชน์ แม้กระนั้นก็แฝงมากับโทษที่ไม่เคยทราบมาก่อน สำหรับประโยชน์ของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน นั้นคงจะทราบกันดีว่านอกจากการสื่อสารระหว่างกันด้วยเสียงแล้ว ในปัจจุบันยังเปรียบเสมือนกับคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก เพราะโทรศัพท์สมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่นมักจะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่คล้ายกับคอมพิวเตอร์

ด้วยความที่ว่ามีประสิทธิภาพการทำงานครบครันแต่มีขนาดตัวเครื่องที่เล็ก ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา เรียกได้ว่ามีโอกาสได้หยิบขึ้นมาใช้งานกว่ากว่าการพกพาโน้ตบุ๊คแน่นอน ที่สำคัญหลายๆคนยังคิดว่าเป็นเครื่องมือสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็นตัวตนได้อีกด้วย อาทิเช่น ใช้ iPhone หรือสมาร์ทโฟนตัวท๊อปแบรนด์อื่นๆก็ดูสวยงามหรูหราและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เชื่อได้ว่าใครๆก็อยากจะเลือกใช้งานของที่ดีที่สุดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก มือถือ แท็บเล็ต แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัดทำให้หลายๆ คนกลับมาคิดว่าตัวเองนั้นต้องให้ความสำคัญอะไรมากกว่ากัน เพราะจะได้เลือกซื้ออุปกรณ์นั้นๆมาใช้งานได้อย่างมีประโยนช์และได้ใช้งานจริงๆ มากที่สุด

ปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวการใช้โทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารเพื่อธุรกิจ

เทคโนโลยีโทรคมนาคมกับการสื่อสารมวลชนมีความสัมพันธ์กันโดยพื้นฐานและมีพัฒนาการที่ควบคู่หรือส่งเสริมกัน โทรคมนาคมมีการพัฒนาตามยุคสมัยของความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ เปรียบเสมือนช่องทางหรือเครื่องมือที่ใช้ สำหรับการติดต่อ ส่งข่าวสารข้อมูล เพื่อกระจายสู่กลุ่มคนจำนวนมาก ตามรูปแบบของการสื่อสารมวลชน ส่วนพัฒนาการ ของการสื่อสารมวลชน ขึ้นอยู่กับทั้งความก้าวหน้า ของเทคโนโลยีหรือสื่อดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย ทัศนคติของกลุ่มคน หรือวัฒนธรรม รวมทั้งข้อกำหนด หรือกฎหมายของสังคมนั้นๆ ดังนั้น ทำให้การกำหนดตัวชี้วัดของการสื่อสารมวลชนทำได้แตกต่างจากเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่อยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์เชิงระบบ ทั้งด้านพื้นฐานความถูกต้องและความชัดเจนในการวัดผลหรือประเมินผล ดังนั้นการที่จะนำทั้งสองสาขามาหลอมรวมกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ควบคู่กัน หรือเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมพัฒนาการของทั้ง“วิทยาการโทรคมนาคม” และ“กระบวนการการสื่อสารมวลชน” การพิจารณาพื้นฐานร่วมของทั้งสองสาขา จึงมีความสำคัญเช่น พื้นฐานทางเทคโนโลยีกับการสื่อสารที่ทำให้เกิดการสื่อสารเชิงบุคคลหรือมวลชน การแก้ไขความผิดพลาด หรือความถูกต้องของระบบกับการใช้งาน เป็นต้น การพัฒนาของทั้งสองด้านที่สอดคล้องกัน จะทำให้ทั้งวิทยาการโทรคมนาคม และกระบวนการทางสื่อสารมวลชนมีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้นในที่สุด

เทรนของธุรกิจแต่ละอย่างจะมีระยะเวลาของมันไม่เท่ากัน ส่วนตัวแล้วมองเห็นว่าสิ่งที่เป็นพื้นฐานของปัจจัยการบริโภคของมนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ช้าหน่อย แต่ในลักษณะที่เป็นเทคโนโลยีนั้นจะมีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วก็สามารถสร้างความธุรกิจเกิดใหม่ได้พบกับความสำเร็จที่รวดเร็ว แต่มีมันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วธุรกิจไม่สามารถปรับตัวตามได้ทัน ในฐานะนักลงทุนก็ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะเดินไปต่อในทางไหน สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงก็อาจจะเลือกธุรกิจอย่างๆ ตามปัจจัยพื้นฐานความต้องการของมนุษย์ในการลงทุน อะไรที่อยู่ในวันนี้และคิดว่าอีก 100 ปีจะไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นักในเชิงพฤติกรรมผู้บริโภค คุณก็อาจจะเห็นได้จากธุรกิจทั่วๆไปเลยเช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล โรงแรมและการท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งธุรกิจที่ได้กล่าวมานี้เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่กล่าวมานี้จะมีการเปลี่ยนแปลงในมุมของการมีอยู่ของธุรกิจที่ค่อนข้างนาน แต่ในเชิงเทรนการทำธุรกิจที่ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคอาจจะการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน

ปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวการโทรศัพท์


ปัจจุบันการติดต่อสื่อสารแบบไร้สายกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีการเติบโตเรื่อยๆ มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มากกว่า 20 ล้านเลขหมาย ทั้งนี้ในช่วงแรกการดำเนินธุรกิจประเภทนี้มีผู้ให้บริการเพียงแค่สองราย คือ ทศท. และกสท. แต่เนื่องจากงบประมาณที่จำกัด และความชำนาญในการวางนโยบาย จึงทำให้รัฐต้องเปิดสัมปทานให้กับบริษัทเอกชน โดยมีบริษัทแบ่งสัดส่วนทางการตลาดแตกต่างกัน โดยรัฐให้สิทธิเอกชนในการดำเนินการ ตั้งแต่นั้น อุตสาหกรรมทางด้านโทรศัพท์มือถือจึงขยายตัวอย่างรวดเร็วจนถึงปัจจุบัน

ในอดีตมนุษย์มีวิธีการติดต่อสื่อสาร ด้วยภาษากาย การทำท่าทาง การใช้สัญลักษณ์ ภาษามือ ภาษาพูด และภาษาเขียน ภายหลังมนุษย์ได้มีการคิดค้นช่องทางการติดต่อสื่อสารแบบไร้สาย นั่นคือ โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือการติดต่อสื่อสารชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน นับว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานเลยก็ว่าได้ แต่ในปัจจุบันโทรศัพท์มือถือกับถูกแทนที่ด้วยวิวัฒนาการใหม่ที่เราเรียกว่าสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไป ซึ่งสามารถเชื่อมอินเตอร์เน็ต และติดต่อกันผ่าน Socialnetwork ที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น Facebook, Twitter, line, whatsapp, socialcamฯลฯ นอกจากการใช้งานเหล่านี้ โทรศัพท์สมาร์ทโฟนยังมีความสามารถในการใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภค จึงทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการใช้งานเพิ่มมากขึ้น จึงมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านนี้เข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น

เครือข่ายโทรศัพท์มีการพัฒนาต่อเนื่องจนถึงยุคปัจจุบัน ประเทศไทยจัดได้ว่ามีความหลากหลายทางด้านเทคโนโลยีเครือข่าย ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้บริการมากกว่าแต่ก่อน ผู้ประกอบการในประเทศไทยมีอยู่หลายราย แต่ละรายก็มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่แตกต่างกัน

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในสังคมมากขึ้น

เนื่องมากจากความสะดวกสบายในการใช้งานต่างๆ เช่น การใช้งาน Socialnetwork เกมส์ เป็นต้น และแพร่หลายในคนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา เราจึงสามารถสรุปได้ว่า ผู้ประกอบการต่างๆมีแนวทางในการพัฒนาเครือข่ายของตนในการเข้าสู่ยุคของ 3G โดยอาจมีรายละเอียดทางด้านเทคนิคที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการวางแนวทางของผู้บริหาร บริษัทผู้ให้บริการจำเป็นต้องคำนึงถึงการสร้างห่วงโซ่ในการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสม สำหรับในการเปิดให้บริการ  Mobile Internet  และการร่วมมือกันระหว่างนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเครือข่าย เพื่อสร้างความลงตัวในการประสบผลสำเร็จทางด้านธุรกิจ

ประเทศไทยถือว่ามีความหลากหลายในการใช้เทคโนโลยีเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่

เทคโนโลยี 3G

เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละรายให้ความสนใจจับตามองเป็นอันดับต่อไป ด้วยความคาดหวังว่าจะสามารถเพิ่มศักยภาพในการสื่อสารข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ ด้วยการสร้างบริการแบบ Non-voice ประเภทใหม่ๆ ซึ่งอาจก้าวไปถึงขั้นของการเสนอแอปพลิเคชั่นแบบมัลติมีเดีย โดยผ่านทางเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์สื่อสารไร้สายในรูปแบบอื่นๆที่รองรับเทคโนโลยี 3G นั้นได้ เนื่องจากกระแสการตื่นตัวสนใจเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 หรือ 3G เริ่มมีทีท่าว่าจะแผ่วลงด้วยเหตุผลหลายๆประการ

ที่สำคัญที่สุดน่าจะมาจากคำถามในใจของบรรดาผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลกว่า การลงทุนสร้างเครือข่าย 3G ด้วยเงินลงทุนจำนวนมหาศาลนั้น จะให้ผลตอบแทนในการลงทุนที่คุ้มค่าจริงหรือ ทั้งนี้เพราะการเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G นั้น ผู้ให้บริการย่อมต้องมั่นใจว่ารายได้จากการสื่อสารข้อมูล ซึ่งถือเป็นบริการเป้าหมายหลักของโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G นั้นมีอยู่จริง และมีอยู่มากพอที่จะผลักดันให้เกิดรายได้มหาศาล ชดเชยกับเงินลงทุนก้อนใหญ่ที่ลงไปกับอุปกรณ์เครือข่าย และการประมูลเพื่อขอใช้สิทธิ์คลื่นความถี่วิทยุในแต่ละประเทศ

ระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่มีรูปแบบการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

เริ่มจากระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ชนิดอนาล็อคมาสู่ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ชนิดดิจิตอล ซึ่งในปัจจุบันผู้ให้บริการในประเทศไทยมีการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งสองระบบ โดยจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบดิจิตอลนั้นมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สัดส่วนผู้ใช้ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ชนิดอนาล็อคมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาพรวมของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศนับถึงปัจจุบัน ซึ่งประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีความหลากหลายในแง่ของเทคโนโลยีเครือข่ายให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้งานกันอย่างกว้างขวาง

อัตราการเติบโตของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย เติบโตอย่างรวดเร็วเป็นเท่าตัวจากการมีระบบบัตรเติมเงินหรือ Pre-Paid ซึ่งจ่ายค่าบริการก่อนใช้บริการ โดยเฉพาะในปัจจุบันการแข่งขันของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มุ่งไปที่ราคาค่าบริการสนทนาราคาถูกและเครือข่ายมีคุณภาพ ประกอบกับการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบมวลชนหรือการแจกจ่ายเลขหมายฟรีหรือให้มีการจำหน่ายเลขหมายในราคาที่ถูกเหมือนในประเทศใหญ่ที่เริ่มมีการอิ่มตัวของตลาด แต่การปรับลดค่าบริการลงนั้นถือว่ามีส่วนสำคัญที่สุดต่ออัตราการขยายตัวของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเมืองไทยค่อนข้างมาก แต่ในทางกลับกันรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายของผู้ให้บริการก็ลดลงเช่นกัน

ความนิยมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

จากคุณสมบัติอันโดดเด่นของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในเรื่องของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และสามารถลงโปรแกรมประยุกต์ต่างๆได้จึงทำให้เกิดความยืดหยุ่นสูงในการพัฒนาบริการใหม่ๆเพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือแม้แต่การฟังเพลงหรือเล่นเกม เป็นต้น ซึ่งสมรรถนะที่โดดเด่นดังกล่าวมีส่วนผลักดันให้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของผู้บริโภคด้านอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีส่วนสำคัญยิ่งในการหนุนให้เกิดการใช้งานบริการเสริมทางด้านข้อมูลมากยิ่งขึ้น